รีวิวแป้ง V2Revolution Wonder Beam เหงื่อยิ่งออก หน้ายิ่งเนียน

สวัสดีจ้าทุกคน วันนี้เทพจะมารีวิวแป้งพัฟผสมรองพื้นตัวนึงให้ได้ชมกัน ขอบอกเลยว่าเนื้อเนียน บางเบา ทำดีมาก พอเหงื่อออกก็กลืนไปกับผิวจริงๆเลยเธอ พวกรอยสิวต่างๆก็จัดอยู่ในเกณฑ์ดี ถ้าพูดเยอะกว่านี้จะหาว่าโม้นะฮะ มาทำความรู้จักกับนางไปพร้อมๆกันดีกว่า

V2 Revolution Wonder Beam Smooth Melting Powder SPF 25 PA++

แป้งพัฟตัวนี้ทางเเบรนด์เรียกว่าเป็น “แป้งพัฟเนื้อฟิล์ม” เพราะว่าเป็นครั้งแรกในไทยที่ใช้เทคโนโลยี Melting Technology เข้ามาอยู่ในตลับนี้ โดยจะทำให้เนื้อเเป้งหลอมละลายเข้าไปกับผิว จึงทำให้ใบหน้าของเราดูนวลเนียน ผ่อง เเละเป็นผิวธรรมชาติมาที่สุดนั่นเอง

ด้านหลังของกล่อง ระบุไว้อย่างชัดเจนว่ามีทั้งหมด 3สี โดยครอบคลุมทั้งคนผิวขาว ขาวเหลือง เเละผิวสองสีเลยทีเดียว ซึ่งเดี๋ยวเทพวัดความต่างของเเต่ละสีให้ด้านล่างนะจ๊ะ

พอแกะกล่องออกมาจะเจอกับตลับสีม่วงเเบบนี้ เรียกได้ว่า สวย หรู ดูแพง กันเลยทีเดียว ด้านในของตลับนั้นก็จะเหมือนกับเเป้งพัฟทั่วๆไป มีสองชั้นคือ เเป้งด้านบน เเละพัฟที่อยู่ด้านล่าง (มีรูระบายอากาศที่ก้นตลับด้วยนะ)

SHADE NO.1 Translucent เหมาะกับคนผิวขาว และผิวขาวเหลือง

SHADE NO.2 Ivory เหมาะกับคนผิวขาวเหลือง เเละผิวสองสี

SHADE NO.3 Warm Beige เหมาะกับคนผิวคล้ำ เเละผิวเเทน

เท่าที่ลองปาดแป้งทุกสีลงบนหน้าสด พบว่าสี NO.1 น่าจะเข้ากับผิวเทพที่สุดเเล้ว เพราะสีอื่นๆจะออกเหลืองไปหน่อย เเต่เบอร์ 2 น่าเอามาเฉดดิ้งกรอบหน้ามาก

หลังจากที่ทาเบอร์ 1 ทั่วหน้าเเล้วนั้น จะได้ความนวนเนียนขึ้นมาทั้นที โดยสามารถเปรียบเทียบกับภาพหน้าสด Before ได้เลย รูขุมขนเล็กๆหายไปเยอะเลย ความันวาวหายไปทันที

เบอร์ 2 มีความเหลืองพอที่จะนำมาเฉดดิ้งกรอบหน้าได้จริงๆ ให้ดูมีมิติ มีโครงหน้าที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เเละนี่ก็คือผิวหลังจากที่ใช้แป้ง V2 Wonder Beam ทั้ง 2 เบอร์ คือ NO.1 และ NO.2 ต้องบอกเลยว่าได้ลุคที่นวลเนียนกำลังดีมากๆ ปกปิดได้ระดับปานกลาง ตรงไหนที่เป็นรอยสิวเข้มมากเเนะนำให้ใช้คอนซีลเลอร์ก่อนได้เลย หลังจากเเต่งหน้าเสร็จก็ออกจากบ้านประมาณ 5โมง นั่งมอเตอร์ไซร์ BTS, MRT, โดนฝนนิดหน่อย เเวะทานข้าวกับเพื่อนก็ 2 ทุ่ม

การรับประทานอาหารเย็นในวันนี้ก็จะเป็นปิ้งย่าง ทั้งร้อน ทั้งควัน ทานเสร็จก็ประมาณ 4 ทุ่ม เเละไปทานของหวานต่อ เม้าท์มอยอีก เดินทางกลับบ้าน ถึงที่พักก็ราวๆเที่ยงคืน สิริรวม 8 ชั่วโมงพอดี เรามาดูในเรื่องของความมันบนใบหน้ากันดีกว่า ว่า V2 Wonder Beam นางคุมมันได้เเค่ไหน

V2 Wonder Beam หลังผ่านไป 8 ชั่วโมง 

ในเรื่องการทดสอบความคุมมันนั้น ขอออกตัวก่อนเลยว่าเทพเป็นคนผิวมันมากๆ จากรูปคือผ่านไป 8 ชั่วโมง นั่งมอเซอร์ไซร์ตากฝน ขึ้นรถไฟฟ้ายืดเบียดเหงื่อไหน ไปกินปิ้งย่างหน้าเตาร้อนๆ ขากลับก็ต้องขึ้นรถไฟฟ้าเเละต่อมอเตอร์ไซร์วินอีก พอถึงบ้านก็จะได้ผิวที่โกล์วๆเเบบนี้ ถามว่ามันไหมก็คือมัน เเต่ไม่ได้มันเเบบเยิ้มรับไม่ได้ เพราะปกติเป็นคนไม่ซับหน้าอยู่เเล้ว ที่ต้องยกให้เลยคือเนื้อเเป้งไม่มีเเตก ไม่หลุด เเถมยังหลอมละลายไปกับผิวได้ดีเลย โดยเฉพาะสีเบอร์ 01 ที่ทาทั่วหน้า คือเเบบชอบเลย ดูเป็นงานผิวสุดๆ

สรุปผลการใช้แป้ง V2 Wonder Beam

ส่วนตัวเทพมองว่าดีงามอยู่นะ ถ้าพูดเเบบไม่อวยเลยก็คือ เเป้งเนียนดี ทาเเล้วดูเป็นธรรมชาติ พอหน้าเริ่มมีน้ำมันผลิตออกมาก็จะหลอมรวมกับเนื้อเเป้งได้เป็นอย่างดี กลางเป็นงานผิวที่สวยงาม ส่วนตัวมองว่าคุมมันได้สุดๆก็ราวๆ 4-5 ชั่วโมง จากนั้นก็จะมันเท่าผิวเราปกติเลย เเต่ไม่ได้ทำให้เยิ้มเเต่อย่างใด ส่วนเรื่องกันน้ำคือกันเเน่นอน เพราะเทพนั่งวินฝ่าฝนเมคอัพก็ไม่หลุด ถือว่าลองใจไปเลย ส่วนข้อเสียก็มีนะ คือตัวเเป้งถ้าใช้กับหน้าเเห้งๆมันจะเป็นผงๆซะส่วนใหญ่ ดังนั้นเราต้องทาบำรุงเเละกันแดดอัดไปก่อน เเล้วจึงค่อยตามด้วยเเป้งตัวนี้จ้า

คะแนน : 4.5/5

ช่องทางการจัดจำหน่าย

V2 Revolution Wonder Beam Smooth Melting Powder SPF 25 PA++

ราคาตลับละ 890 บาท

FB : V2Revolution Center

 


 

 

 

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.