fbpx

สิวเห่อทำไง? รักษาสิวด้วยเเสงดีไหม? Laser V-Beam รักษารอยเเดง?

เย้ๆ กลับมาเจอกันอีกแล้ว 

ถ้าใครติดตามมาตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าเทพเคยติดสารเตียรอยด์มาก่อน ชีวิตหดหู่มาก พูดเลอ ไม่มั่นใจเอย ไม่อยากสุงสิงกับใคร ไม่มีคนมาจีบ มันไม่โองะ แต่พอเรามีผิวหน้าที่ดีขึ้น มันก็ทำให้เรากล้า กล้าที่จะทำอะไรๆมากขึ้น ซึ่งนั่นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เราได้คว้าโอกาสดีๆไว้ได้หลายอย่าง

เอาหละเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาเรามาเข้าประเด็นกันเลยดีกว่า

คือในการรีวิวครั้งนี้เทพขอแบ่งเป็นตอนๆออกเป็น

1. ผิวหน้ามีอาการเริ่มป่วย

2. ผิวหน้าเริ่มป่วยรุนแรง

3. พาผิวหน้าไปหาหมอ

4. ทำขั้นตอนสิว + Laser V-Beam

5. สภาพหลังทำ

6. ปัจจุบัน

ผิวหน้าป่วยของเทพเป็นอย่างไร?

คือเทพได้ทำวงๆไว้ คือตรงวงที่กว้างๆงะคือเทพไม่รู้ว่าพวกเธอเห็นกันไหม มันจะแบบมีตุ่มๆขึ้นมาเป็นเม็ดแดงๆซึ่ง! มาจากไหนก็ไม่รู้แล้วเราเครียดมาก ซึ่งโดยปรกติแล้วถ้าเทพเกิดลักษณะอากการอารแบบนี้ขึ้น เทพจะหยุด Skin care ทุกตัวเลยและเฝ้าสังเกตการณ์ต่อไป

จัดการกับสิวหนองที่ขึ้นมาอย่างไร?

โดยปรกติแล้วเทพจะใช้เข็มเจาะหนองก่อนแล้วค่อยๆเอา คัตเตอร์บัด/ไม้ปั่นหู สองอันค่อยๆเค้นเอาหัวสิวออกมาแล้วจัดการต่อด้วย Clinda M lotion + ผงพิเศษ ทันที

เชื่อแหละว่าหลายๆคนรู้จักเจ้าพงพิเศษนี้ แต่รู้ส่วนประกอบมันหรือไม่?

ตัวยาสำคัญในผงพิเศษตราร่มชูชีพใน 100 กรัม ประกอบด้วย

– sulfanilamide micron 99.30 %

– tannin 0.41%

*ยานี้มีข้อบ่งใช้ในฉลาก คือ รักษาแผลไฟไหม้,แผลพุพอง,แผลเปื่อย,สิว เป็นต้น

โดยฤทธิ์ทางยาของ sulfanilamide คือ สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียทั้งกรัมบวกและกรัมลบ แต่มีฤทธิ์เพียงอย่างอ่อน ส่วนฤทธิ์ทางยาของ tannin คือ จะไปก่อตัวเป็นฟิล์มปกคลุมบาดแผล (เนื่องจากสามารถตกตะกอนโปรตีนทั้งเนื้อเยื่อแผลและหนอง) จึงสามารถรักษาแผลไฟไหม้,แผลพุพอง,แผลเปื่อยได้ดี (Sewester CS et al, 1998)  จากข้อมูลที่ได้ค้นคว้ามาไม่พบการทดลอง/งานวิจัยที่ประเมินประสิทธิภาพของตัวยาสำคัญ 2 ตัวนี้ในการรักษาสิว จะมีก็เพียงจากแหล่งข้อมูลตติยภูมิซึ่งบอกถึงข้อบ่งใช้ของ sulfanilamide ในการรักษาโรคติดเชื้อภายใน ( systemic infection ) มากกว่าการใช้ sulfanilamide ในรูปแบบยาใช้ภายนอก ส่วน tannin นั้นข้อมูลจากทั้งแหล่งทุติยภูมิและตติยภูมิบอกตรงกันถึงข้อบ่งใช้ตามฉลากผลิตภัณฑ์ผงพิเศษดังกล่าว (รักษาแผลไฟไหม้,แผลพุพอง,แผลเปื่อย)

ดังนั้นการพิจารณาถึง ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ในการรักษาสิวอาจต้องพิจารณาลักษณะเม็ดสิวเสียก่อน ว่าเป็นสิวอักเสบหรือไม่อักเสบ หากเป็นสิวไม่อักเสบซึ่งอาการไม่รุนแรงมากนักหรือไม่มีการลามไปบริเวณอื่น อาจจะพิจารณาผลิตภัณฑ์ตัวนี้ได้ เนื่องจากผลยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว ( Propionebacterium acnes ) ผนวกกับผลของ tannin ในการช่วยทำให้หนองของเม็ดสิวนั้นแห้งไป ซึ่งโดยส่วนตัวได้ผลดีเลยกับสิวชนิดที่มีหนองโดยการเอาหนองออกก่อนแล้วน้ำผงพิเศษไปผสมน้ำแล้วแต้มที่บริเวณนั้นๆ

ปิ้งๆๆๆ เลอค่า ดีงามใช่ไหมล่า ฮ่าๆ คือเทพก็จะทาหน้าตรงบริเวรที่เป็นสิวในช่วงที่มีรอบเดือน เอ้ย ช่วงที่มีสิวเห่อขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ส่วนตรงรูปที่เห็นว่าทาเยอะๆตรงแก้มเป็นคำๆนั้น ใจจริงจะเขียนเป็นคำๆ คืออยากให้ดูแล้วแบบรู้สึกว่า เอ้อ ทุ่มทุนสร้าง แต่ไม่เลย 

มันออกมาเป็นอะไรไม่รู้ ฮ่าๆ สาม สี่ แยก !

ยัง ยังนอนไม่ได้ถ้ายังไม่ได้แต้มสิวบางเม็ดเล็กๆที่ดูทีท่าว่าจะอักเสบ เทพจะใช้เจ้าตัวSmooth E Acne Hydrogel เพราะนางมีส่วนผสมดังต่อไปนี้

Salicylic acid 2%  = ที่ช่วยขจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขน และ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแม้ผิวแพ้ง่าย

Rice bran & boswellia serrata  = สารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยปลอบประโลมผิวจากการอักเสบของสิว และบรรเทาอาการอักเสบของสิว

Oligopeptide-10  = ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว

ขนาด 5 กรัม ราคาประมาณ 135 บาท

(หาซื้อได้ตามร้านขายยาที่ใกล้บ้านคุณได้เลย)

เทพเชื่อว่าหลายๆคนเคยใช้แหละ แต่โดยส่วนตัวเทพเองไม่ได้หวังผลให้สิวยุบ แต่หวังผลในเรื่องของการดันสิวออกมา หรือ ผลัดเซลล์ผิวตรงบริเวณที่แต้มเท่านั้น ซึ่งนางก็สามารถทำได้จริง แต่เป็นไปอย่างช้า บางทีก็ช้าจนหน้าใจหาย แต่ที่ชอบคือมันมีฤทธิ์จริง แสบจริง แต่ก็แป๊ปเดียว ซึ่งนั้นเองทำให้เราสามารถเชื่อได้ว่าเข่าได้ใส่ Salicylic acid 2%  ไม่งั้นเราคงไม่รู้สึกแสบนิดๆหรอก

เหร๋ยๆ พวกเธอดูซิ หน้าเริ่มดีขึ้นแล้ว คีบับ ดีงะ!!!

แต่!!!!!! หลังจากหน้าเริ่มดีขึ้นก็ออกไปแรดไง ก็เลยไปซื้อ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับคนเป็นสิวมา เพื่อที่ว่าจะป้องกันไว้ดีกว่า เพราะเราเห็นว่ามันมีส่วนผสมของชาเขียว ต้องช่วยลดแบคทีเรียบนผิวเราได้แน่ๆ ซึ่งผลก็เป็นไปตามคาด ดังรูปต่อไปนี้

เกิดอาการแพ้อีกแล้ว มารู้ทีหลังว่า BHA ของนางคือแบบแรงมาก คือเราแสบหน้าทั้งคืนงะ ปรกติไม่เป็น แถมใส่ซิลิโคนมาในสินค้าอีก แพ้กระเจิงเลยจร้า  แต่ไม่ขอเอ่ยนามนะว่าเป็นของ The body shop เพราะเพื่อนที่แนะนำมานางไม่แพ้ และได้ผลดีมาก!!!

แล้วจะทำไงดีหละ ? คือเครียดเหมือนกันนะ ที่แบบนึกว่าจะหายแล้วเชียวกลับดันมาแพ้อีก ทีนี้ก็เลยนึกๆดู มีคอร์สสิวของคลินิคๆนึงอยู่ ก็เลยคิดว่าวันรุ่งขึ้นไปทำให้หมดคอร์สเสียที

แต่ก่อนจะไป เรามีสิวอักเสบบางเม็ดที่แบบมีหนอง เราก็มือบอนไง จัดการกับสิวหัวหนองโดยเข็มไปอีกพร้อมกับผงพิเศษ ด้วยความหวังที่ว่า อาจไม่ต้องไปเข้าคลินิกอีกก็ได้

นี่คือสภาพหลังจากที่ตื่นนอนมา แล้วพบว่าอาการแพ้ลดลง แต่เหลือรอยแดงไว้จากการเจาะหนองออกเมื่อคืน อยู่เยอะพอสมควรเลยตัดสินใจไปหาหมอดีกว่าเพื่อทำเลเซอร์ สวยๆ

นี่คือสถานที่ๆไปมา ธนพร คลินิกนั่นเอง ส่วนตัวเราเคยเปิดคอร์สสิวของที่นี่อยู่แล้วเหลืออีก1 ครั้งเป็นครั้งสุดท้าย และไม่ได้มาทำนานแล้ว เพราะหน้าไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่วันนี้จำต้องมาฝากไข้อีกครั้ง ซึ่งสาขาที่เรามาอยู่ที่ ตรงข้ามตึกช้างงะ สาขาไรไม่รู้เหมือนกัน แต่เป็นสาขาที่ใหญ่มากนะ ใหญ่กว่า Mega Bangna ที่เคยไปประจำซะอีก เอาหละ หลังจากรอคิวได้พบคุณหมอแล้ว ก็ตกลงทำ V-Beam Laser เพื่อลดรอยแดง แต่ทำเฉพาะตรงแก้มแทน เป็นราคา 3,000 บาท/ครั้ง

นี่คือสภาพผิวหน้าที่ยังมีอาการแพ้อยู่ ยังไม่หายสนิท แต่ก็ยังไม่รุนแรงถึงขั้นสิวอักเสบเต็มหน้า เพราะตามปรกติแล้วเมื่อเราแพ้อะไรก็ตาม ถ้าเป็นอาการแพ้จริงๆ จะเป็นตุ่มหนอง คัน หรือมีผื่น อย่างเทพงี้เทพรู้ตัวเองว่าน่าจะมีอาการมาจากครีมที่ซื้อมา ก็หยุด พอหยุดก็ดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอหยุดแล้วผิวจะกลับมาเหมือนเดิมก็ไม่ใช่ไง ผิวมันโดนทำลายไปแล้ว ทีนี้แหละเราก็ต้องมาฟื้นฟู ให้หลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม มาถึงจุดนี้น่าจะมีบางคนสงสัยว่า เจ้าเลเซอร์ตัวนี้ดียังไง และคืออะไร….

วีบีม เลเซอร์ (Vbeam Laser) คืออะไร?

วีบีม (Vbeam) เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 595 nm แสงเลเซอร์นี้จะมีความอ่อนโยนต่อผิว และถูกออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหาต่าง ของผิวที่ไม่พึงปรารถนา โดยเทคโนโลยีนี้จะมีระบบพ่นความเย็นที่ให้ความละเอียดสูง ผสานไปกับลำแสงเลเซอร์ที่มีความเที่ยงตรงสูง ทั้งในแง่พลังงานและระยะเวลาการปล่อยแสงเลเซอร์ที่แม่นยำ ทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูง

สิว รอยแดงจากสิว และหลุมสิว รักษาด้วย Vbeam

สิวและรอยแดงสิวมักพบบ่อยในวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานซึ่งใช้เวลานานกว่าจะหาย ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่โดย Vbeam (วีบีม) ทำให้สิวและรอยแดงสิวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยวีบีม (Vbeam) เป็นเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับรอยแดงให้จางลงอย่างรวดเร็วหลังการรักษา ซึ่งการยิงเลเซอร์ชนิดนี้สามารถทำได้ภายในไม่กี่นาที นอกจากนี้ สิว และหลุมสิว ก็จะดีขึ้นด้วยตามลำดับ สามารถเห็นผลการรักษาได้ในครั้งแรกและถ้าทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง จะดีขึ้นประมาณ 75-90% จริงๆแล้วมันยังสามารถทำได้หลายอย่างอีกนะ แต่ขออธิบายแค่นี้ก่อนระกัน

และนี่ คือคุณหมอที่ทำการรักษาเทพในวันดังกล่าว คุณหมอชื่อหมอจอย คุณหมอใจดีมาก แถมคุยสนุกอีกต่างหาก (เทพแอบแซวนางเรื่องกำไลหิน แอบบอกนางไปว่าคราวหน้าจะใส่มาไฟว้ 50 เส้น)

เทพใช้เวลาในการเลเซอร์ไม่นานเลย ประมาณ 10นาทีเห็นจะได้ แต่ก่อนจะทำคุณหมอจะถามเราว่าต้องการแบบแรงแค่ไหน ธรรมดาหรือแรงๆไปเลย ซึ่งแน่นอนไหนๆก็ทำทั้งทีเทพขอเลือกเบบแรงๆไปเลยดีกว่า แต่คุณหมอก็กำชับว่ามันจะมีรอยแดงๆปื้นๆหน่อยถ้าใช้คลื่นที่แรง แต่ประสิทธิภาพก็จะดีขึ้นไปด้วย ซึ่งปื้นๆแดงๆนั้นจะหายไปในไม่ช้า

และแล้วก็เป็นปื้นๆแดงๆสมใจอยาก น่ารักงะ! ถามว่าเจ็บไหม ก็เจ็บนะแต่ทนได้ เพราะมันไม่นานเลย ฮ่าๆ

ต่อจากนี้เทพเข้าสู่กระบวนการคอร์สสิวที่เหลือไว้อยู่ครั้งนึง

ครั้งนี้พนักงานกดสิวไปได้แค่ สอง สาม เม็ด และบอกว่าแทบไม่มีสิวเหลืออยู่เลยมีแต่รอยแดงที่ไปแกะสิว ซึ่งก็ได้บอกนางไปว่าเรากำจัดสิวมาบ้างแล้ว จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน ฮ่าๆ พอนางกดเสร็จก็มาส์ก สิวให้เรา 10 นาที

มาร์คสิวเสร็จก็ต่อด้วยเครื่อง Magenta Light อีก 20 นาที ซึ่งเครื่องนี้มีคุณสมบัติ ฆ่าเชื้อสิวด้วยแสง ลดการทำงานของต่อมไขมัน และช่วยทำให้หน้ามันน้อยลง  ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว พอทราบมานิดหน่อยว่า แสงที่เราได้นั้น ก็คล้ายๆกับแสงที่มาจาก หลอดไฟ LED ที่ตามคอนเสริช์ทั่วๆไปเขาใช้กัน ถามว่ารักษาสิวด้วยแสงด้วยเจ้าเครื่องนี้ได้จริงไหม ตามความรู้สึกตัวเองแล้วก็จริงนะ แต่เราก็ต้องเข้าใจหลักการทำงานของมันก่อน มันก็ฆ่าเชื้อสิวได้แค่ในขณะที่กำลังฉายอยู่นั่นแหละ พอหลังจากกลับบ้านแล้ว เราก็ต้องเจอทั้งฝุ่น ทั้งควัญ ซึ่งปัจจัยพวกนี้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งกรณีแบบนี้นั่นเองที่ทำให้ใครหลายคนเข้าใจว่า การรักษาสิวด้วยแสงไม่ได้ผลกับตน  แต่ในอีกทางหนึ่งคนที่เขาได้ผลก็มี เพราะเขารู้จักหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวน้อยที่สุด

ฉายแสงเสร็จแล้ว กลับบ้านดีกว่า 

อ้อ ลืมบอก เขามีใบให้ประเมินด้วย น๊ะ ใครพึงพอใจอย่างไรก็เชิญติ๊กได้ตามสบายเลย

( ความรู้สึกเหมือนได้ประเมินลูกน้องในที่ทำงาน ฮ่าๆ แต่เราก็โอเคกับพนักงานและการบริการไง ก็เลยให้เต็มหมดเลย )

ทีนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าหลังจากเลเซอร์ไปแล้วคืนนึง สภาพผิวเป็นอย่างไรกันบ้าง

นี่คือช่วงเช้าพึ่งตื่นเลย เลยรีบถ่ายรูปเก็บไว้ 

นี่คือสภาพ ตอนกลางคืนหลังจากอาบน้ำแล้วเตรีมเข้านอน

ถึงจุดนี้เราสามารถสังเกตุได้ว่าอาการแพ้แดงๆของเราลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนจุดเข้มๆนั้น สองสามจุดมาจากที่พนักงานกดสิวให้ ซึ่งโดยส่วนตัวไม่ได้ซีเรียสเรื่องรอยแต่อย่างใด เพราะรู้ว่าเมื่อเซลล์ผิวผลัดออกเดี๋ยวรอยสิวมันก็จางไปเอง แต่ที่เรากลัวคือ กลัวจะมีสิวอยู่ภายใต้รอยแดงนั้น ซึ่งถ้าใครเป็นรอยแดงนานๆแล้วไม่มีทีท่าว่าจะจางแนะนำให้สังเกตุว่ามีไตอยู่หรือไม่บริเวณรอยนั้น ถ้ามีแสดงว่ายังมีสิวที่อักเสบอยู่ จึงเป็นเหตุที่ทำให้รอยนั้นๆไม่จางลง

และนี่คือสภาพผิวหน้าล่าสุดจะ ผ่านมาหลังจากทำ Laser V-Beam ได้ 1  อาทิตย์ จะสังเกตได้ในวงกลมที่ฟ้าๆ ว่าแทบจะไม่มีรอยแดงๆหรือตุ่มแดงๆเหมือนแต่ก่อนเลย เพราะว่าวีบีมได้เข้าไปทำลายเม็ดสี ทำให้เกิดเม็ดสีตรงนั้นเกิดการแตกตัว จนทำให้มองด้วยตาเปล่าแล้วดูลดลงไป ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดี  ที่เทพชอบตัวนึงเลยก็ว่าได้ คีบับ ดี้ดี งะ ส่วนวงกลมสีชมพูกับสีแดงคือสิวมี่ขึ้นใหม่และได้เอาหนองออกเรียบร้อยจึงเกิดอาการแดงกว่าส่วนอื่นขึ้น ซึ่ง จุดนี้เราไม่กลัวแล้ว  เดี๋ยวไปยิงวีบีม ต่อ ฮ่าๆ จริงๆแล้วคุณหมอแนะนำ 2 อาทิตย์ ต่อครั้ง แต่แบบเราว่าถ้ามีตังก็ไปทำทุกอาทิตย์ก็ดีนะ รอยจางไวดีนะตัวเธอ

——————————-

สุดท้ายท้ายสุด วิธีการรักษาสิวและรอยสิวดังกล่าว เป็นการรีวิวผลจากผลที่เกิดขึ้นจากตัวเทพแต่เพียงผู้เดียว และบรรยายผ่านตัวหนังสือออกมาเอง ดังนั้น ถ้าใครนำวิธีพวกนี้ไปใช้ แล้วได้ผลดีหรือไม่ดี ตรงจุดนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ระคนด้วยเช่นกัน สำหรับการรีวิวครั้งนี้ขออำลาไปพร้อมกับภาพที่วัดไร่ขิง ที่เทพพึ่งไปแก้ปีชงมาเมื่อวาน และขอนำบุญที่ได้ทำไปจงดลบรรดาลให้เพื่อนๆที่ตามอ่านทุกท่านจงมีแต่ความสุขตลอดไปด้วยเทอญ

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.