fbpx

รีวิวเซรั่มรักษาสิวอุดตัน OLOGY ผลเทียบเท่าเคาน์เตอร์แบรนด์

สวัสดีจ้าทุกคน ขอต้อนรับปีใหม่ 2560 ด้วยไอเทมชิ้นโปรดเลย นั่นคือผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่เทพค่อนข้างชอบเลยทีเดียวเชียว ถ้าสมมติเทพพูดถึง BHA หลายๆคนคงจะนึกถึงเเบรนด์ Paula’s choice มาเป็นอันดับเเรกเเน่นอน ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือราคาที่โหดร้ายเหลือเกิน หลักพันขึ้นเกือบทุกชิ้น เเต่เเล้วเทพก็ได้มาพบเจอสิ่งที่นำมาใช้เเทนกันได้ในเรื่องของสิวอุดตัน นั่นคือเซรั่มรักษาสิวของเเบรนด์ OLOGY SKINCARE ซึ่งหน้าตาเเละคุณสมบัติเป็นยังไง ทำไมเทพถึงชอบ ตามมาดูพร้อมกันได้เลยจ้า

ชื่อเต็มๆของเซรั่มตัวนี้คือ OLOGY SKINCARE 2%BHA Anti Acne Pore Skin Serum  มากับขนาด 30ml. ซึ่งตัวนี้เป็นเวชสำอางรักษาสิวที่ปลอดภัยไร้สารต้องห้าม โดยออกเเบบมาสำหรับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของ “สิว” โดยเฉพาะ เป็นสูตรที่คิดค้นโดยทีมนักวิจัยทางด้านผิวหนังเเละผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ รวมไปถึงโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP เเละผ่านการรับรองจาก อ.ย. (FDA) เรียบร้อยเเล้ว

คำเคลม 

OLOGY SKINCARE ตัวนี้เป็นเวชสำอางรักษาสิว โดยใช้สาร Salicylic acid หรือ BHA 2% พร้อมคุณค่าจากสารสกัดTea Tree Oil, Camellia sinensis extract (สารสกัดจากชาเขียว), Dipotassium Glycyrrhizate (รากชะเอม), Witch hazel, Cahamomile (คาโมมายด์) เเละ Centella asiatica (ใบบัวบก) ซึ่งสารพวกนี้จะช่วยลดเชื้อสิว P.ACNE เเละลดรอยเเผลเป็นที่เกิดจากสิว ริ้วรอย จุดด่างดำให้เเลดูจางลง กระชับรูขุมขน เนื้อบางเบาไม่ก่อให้เกิดการอุดตันซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว ช่วยปรับสีผิวให้เสม่ำเสมอ ผิวนุ่มชุ่มชื้น

ในส่วนของเนื้อผลิตภัณฑ์นั้น

เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเบสน้ำทั่วไป มีความหนืดเล็กน้อย เเต่เมื่อลูบไล้ประมาณไม่ถึง 15 วินาที

ก็จะซึมเข้าสู่ผิวจนหมด โดยกลิ่นของเขาที่โดดมาเลยนั่นคือกลิ่นของ Tea tree หรือสารสกัดจากชาเขียวนั่นเอง จุดนี้ถือว่าให้ผ่าน สามารถใช้ได้ในทุกสภาพผิวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเหนียวเหนอะหนะเทพว่าเรามาดูในเรื่องของส่วนผสมกันบ้างดีกว่า ว่าจะตรงตามคำเคลมของเขาหรือไม่

ในส่วนของ Ingredients เทพสรุปมาให้ดูกันดังนี้

Potassium Azeloyl Diglycinate 4 % เป็นอนุพันธ์ของ Azelaic acid (ที่หลายคนอาจรู้จักในชื่อ สกินโนเรน ) คือ มีฤทธิ์ละลายอุดตันสิว ฆ่าเชื้อสิว P.acne และมีฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสี ที่จัดเป็นหนึ่งในยาทาฝ้า แต่อนุพันธ์นี้มีโอกาสการระคายเคืองน้อยกว่าสารแม่เป็นอย่างมาก

Nicinamide 5% (อนุพันธ์วิตามินบีสาม) มีงานวิจัยรายงานว่าถ้าใช้วิตามิน B3ความเข้มข้น 4% ขึ้นไป จะสามารถออกฤทธิ์เป็นยารักษาสิวได้ เทียบเท่ากับ Clindamycin 2% และนอกจากนี้ยังช่วยลดรอยดำได้ด้วย โดยส่วนตัวเทพจะใช้เซรั่มที่มีวิตามินบี 3 อยู่เเล้วด้วย ตัวนี้ถือว่าคุ้มเลย

Salicylic acid หรือ BHA 2% จะช่วยผลัดเซลล์ด้านบน (ชั้นขี้ไคล) พร้อมกับละลายไขมันในรูขุมขนที่อุดตัน ช่วยให้ผิวสดใส เรียบเนียน ในทางการแพทย์นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ลอกหน้า รักษาสิว และแผลที่เกิดจากสิว หลายๆคนที่เคยถามว่าเเล้วใช้ % ที่มากกว่านี้ได้ไหม ต้องตอบไว้ตรงนี้เลยว่ามากกว่านี้ผลที่ได้ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นจ้า Max dose ของ BHA จะอยู่ที่ 2% จ้า เเละถ้าต่ำกว่านี้สิวอุดตันก็ไม่ค่อยออกด้วยนะ

Camellia sinensis extract 2%(สารสกัดชาเขียว)  มีสารที่เป็นองค์ประกอบสำคัญคือ สารกลุ่ม Polyphenol ซึ่งมีงานวิจัยทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือหลายฉบับรองรับว่า สาระสำคัญนี้ช่วยลดสิวโดยรวมได้ประมาณ 60 % หลังทาผิวหน้า เช้า เย็น เป็นเวลา 6 -8 สัปดาห์

Dipotassium glycyrrhizate (รากชะเอม)  มีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ดี และมีฤทธิ์เป็น natural whitening ที่พบได้บ่อยในยาทาฝ้า ทารอยดำสิว

Tea tree oil  ต้านการอักเสบของสิว ฆ่าเชื่อสิว ลดเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุหนึ่ง ของการเกิดสิว

Witch Hazel  ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ กระตุ้นการสร้าง Elastin และ Collagen ใต้ผิวหนัง ช่วยกระชับรูขุมขน ปรับให้รูขุมขนค่อยๆ ตื้นขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยสมานผิว ทำให้ผิวหนังเรียบเนียนมากขึ้น

Chamomile (คาโมมายด์) ลดการระคายเคือง การอักเสบ การแพ้ และมีฤทธิ์ต่อต้านแบคทีเรีย

Centella asiatica (ใบบัวบก) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนที่เป็นโครงสร้างของผิวหนังทำให้ผิวหนังเต่งตึงและมีความยืดหยุ่นขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็น บรรเทาอาการอักเสบ

Sodium PCA เป็นสารที่เกิดตามธรรมชาติภายในผิวหนังของมนุษย์ และเป็นส่วนหนึ่งของ Natural Moisturizing Factors ซึ่งจะช่วยรักษาสมดุลและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

Lactic acid  มีฤทธิ์ในการเร่งการผลัดเซลล์ผิว (peeling) ซึ่งมีความอ่อนโยนกว่า glycolic acid โดยการผลัดเซลล์ผิวจะช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม และมีสีโทนเดียวกัน (even-tone) มากขึ้น

Allantoin  ลดการระคายเคือง ต่อต้านการแพ้ต่างๆของผิว (soothing and anti-irritanting) และเสริมสร้างการสร้างเนื้อเยื่อ (granulation tissue) ที่สมบูรณ์ขึ้นมาใหม่ ปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียงสามารถใช้ได้แม้ในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กทารก

โดยรวมเห็นส่วนประกอบเเล้วอมยิ้มเลยเเหละ คือครบเลยทีเดียว ถือว่าทำออกมาได้ดีงาม ส่วนประกอบชัดเจน เเถมบอก % มาให้อีกด้วย ทีนี้ก็ถึงเวลาที่รอคอย เรามาดูวิธีใช้เเละผลการใช้ของเทพกันดีกว่า

วิธีใช้ : ทา OLOGY 2%BHA SERUM ให้ทั่วบริเวณใบหน้าและลำคอ เป็นประจำเช้า-เย็น เป็นประจำทุกวันเพื่อผลลัพธ์ที่ดี สามารถใช้ร่วมกับ Benzac, Clinda M หรือครีมบำรุงอื่นได้ เห็นผลภายใน 7-14 วัน

(สีอาจเพี้ยนไปบ้างเนื่องจากเเสงช่วงที่ถ่ายไม่เท่ากัน ดังนั้นเทพขอไม่พูดในเรื่องของความกระจ่างใส)
และนี่คือผลของการใช้ OLOGY 2%BHA SERUM ในระยะเวลา 6 วัน โดยเทพเริ่มใช้ตังเเต่วันที่ 27 ธ.ค. 59 จะสังเกตุได้ว่ามีรอยสิวประปราย มีจุดที่เข้มเเละใหญ่มากๆอยู่จุดนึง เเละมีสิวที่อักเสบนิดหน่อยอยู่ 1 เม็ด หลังจากใช้ไปจนถึงวันที่ 30 ธ.ค. 59 (4 วัน) พบว่าสิวที่อักเสบนิดเดียวตอนเเรกนั้นเริ่มสุกขึ้น จนเป็นหนองอย่างเห็นได้ชัด  สังเกตุมาจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 59 มีการฝ่อตัวลงของสิวที่อักเสบเม็ดใหญ่ (อาจหลุดไปบ้างจากการล้างหน้าด้วย) เเละสุดท้ายคือวันที่ 1 ม.ค. 60 ถึงเเม้สิวจะยังไม่หายสนิท เเต่สังเกตุได้อย่างชัดเจนว่าบริเวณโดยรอบขอสิวไม่อักเสบเเดงเเล้ว ผิวบริเวณโดยรอบดูเรียบเนียนดี เทพคิดว่าถ้าใช้ไปให้ยาวนั้นกว่านี้จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเเน่นอน

ภาพ Before คือวันที่ 27 ธ.ค. 59 ช่วงที่พึ่งลอง OLOGY 2% BHA

เเละภาพ After คือวันที่ 1 ม.ค. 60 เเม้ว่าจะยังเห็นความเเตกต่างในเรื่องรอยเเดงได้ไม่มากนัก

เเต่สามารถสังเกตุในเรื่องของความเรียบเนียนได้ พวกผดผื่นเล็กๆลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

โดยรวมเเล้วค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้เพียงเเค่ระยะเวลาเพียง 6 วัน

ซึ่งสิวผดที่ลดลง เเละบางเม็ดที่สุกเร็วขึ้นนั้นเกิดจากกระบวนการทำงานดังต่อไปนี้

จะเห็นได้ว่ากลไกในการออกฤทธิ์นั้นค่อนข้างครบวงจรตั้งเเต่เข้าไปช่วยละลายสิวอุดตัน

ลดการทำงานของต่อมไขมันเพื่อให้เกิดการอุดตันที่ลดลง ช่วยลดการอักเสบโดยการเข้าไป

ฆ่าเชื้อสิว P.acne เเละเมื่อสิวหายเเล้วยังสามารถทาเพื่อรักษารอยดำ รอยเเดงที่เกิดจากสิวได้อีก

ซึ่งถ้าใครเป็นรอยสิวเยอะๆสามารถเเต้มบริเวณนั้นๆอย่างเดียวก็ได้ ซึ่งส่วนตัวมองว่า

ถ้าใช้ไปในระยะยาว เช่น 4 สัปดาห์ขึ้นไป ต้องเกิดความเปลี่ยนเเปลงมากกว่านี้เเน่นอน

เรามาสรุปถึงข้อดี ข้อเสียกันบ้างดีกว่า ว่าคุ้มเเกการลงทุนมากน้อยเเค่ไหน

จุดเด่น

1. เป็นเซรั่มที่ช่วยละลายสิวอุดตันได้จริง เพราะมี 2%BHA จึงเข้าไปลดการทำงานของต่อมไขมัน ลดการอักเสบของสิว ควบคุมความมัน ฆ่าเชื้อสิวP.acne ลดการเกิดใหม่ของสิว

2. ถือเป็นเซรั่มที่ครอบคลุมเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องสิวเเล้ว ยังสามารถลดรอยดำรอยแดงที่เกิดจากสิว ช่วยกระชับรูขุมขนได้อีกด้วย เพราะใส่Nicinamide หรืออนุพันธ์วิตามินบีมาถึง 5%

3. ปลอดภัยไม่มีสารอันตราย100% เชื่อถือได้ ข้างกล่องมีบอกรายละเอียดครบทุกอย่างรวมไปถึงเลขที่ อย.

4. ผิวเเพ้ง่ายใช้ได้เพราะไม่มีซิลิโคล / ไม่มีสเตียรอยด์ / ไม่มีAlcohol / ไม่มีสารกันเสียพาราเบน / ไม่แต่งสี/กลิ่น ปลอดภัยไร้สารต้องห้าม100% ยกเว้นเเต่ว่าคุณจะเเพ้สาร Active ที่ใส่มาอย่างเข้มข้นที่เทพกล่าวไว้ในส่วนผสม

5. ราคาไม่เเรงมาก ยิ่งช่วงโปรโมชั่นคือจาก 1,050 เหลือ 650 บาท ถือว่าเป็นราคาที่น้องๆนักศึกษายังเอื้อมถึงอยู่ จุดนี้โอเคเลย

จุดด้อย

1. มีเหล่งจำหน่ายเเค่เพียงออนไลน์เท่านั้น FB : OLOGY SKINCARE

2. หัวดรอปที่เป็นสีดำเวลาบีบเทพยังรู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ มันดูไม่ค่อยสวย

สำหรับวันนี้หวังว่าเพื่อนๆคงจะได้รับความรู้ในเรื่องของการดูเเลผิวที่เป็นสิว

โดยใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของ BHA เข้ามาช่วยรักษา

ซึ่งเเน่นอนว่าผลของการใช้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของเเต่ละคน

ดังนั้นกรุณาเทสก่อนเสมอนะจ๊ะ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน

สวัสดีครับ / ค่ะ

———————————————–

ข้อมูลเพิ่มเติม

FB : OLOGY SKINCARE

LINE: @OLOGYSKINCARE

IG: OLOGY SKINCARE

—————————————————————————-

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.