fbpx

Skincare Routine#1 ( เอะอะรีวิว + Cetaphil )

สวัสดีจ้าทุกคน

วันนี้เทพจะมาแชร์ประสบการณ์

เกี่ยวกับการดูแลผิวของ  ( ตัวเอง )

โดยที่เพื่อนๆสามารถทำตาม หรือนำไปประยุกต์ใช้ได้เลยจ้า

สำหรับหัวข้อ

ที่จะมาเล่าสู่กันฟังนั้น

มีด้วยกัน 3 เรื่องหลักๆเลยนั่นคือ
1.ปัจจัยภาวะแวดล้อมใดบ้างที่มีผลกระทบต่อสุขภาพผิว?
2.คิดว่าคุณมีผิวแบบไหน และมีขั้นตอนการดูแลอย่างไร?
3.ในการซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เราควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง?

โดยครั้งนี้เทพไม่ได้มาฉายเดี่ยวนะ

มีผู้เชี่ยวชาญจาก Cetaphil มาร่วมตอบปัญหาไปพร้อมๆกับเทพด้วย

จะเป็นอย่างไรนั้น ตามมาชมกันได้เลยจ้า

เริ่มจากข้อที่ 1

ปัจจัยภาวะแวดล้อมใดบ้างที่มีผลกระทบต่อสุขภาพผิว?

สำหรับตัวเทพเองเชื่อเหลือเกินว่าสาเหตุหลักๆ

ที่หลายคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ รวมไปถึงตัวเทพเองด้วย นั่นคือ

“แสงแดด”   “ฝุ่น,ควัน”  “หน้าหนาว”

แสงแดด = มีทั้ง UVA/UVB ทำร้ายลึกต่อสุขภาพผิวเราอย่างมาก ดังนั้นเวลาออกจากบ้านเกือบทุกครั้ง เทพจะไม่ลืมที่จะทากันแดดออกจากบ้านอย่างแน่นอน เพื่อเป็นการปกป้องด่านแรกสำหรับผิวที่บอบบางของดิชั้น

ฝุ่นควัน = สิ่งนี้ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่เทพค่อนข้างกังวลอย่างมากเลยทีเดียว เพราะเจ้าฝุ่นควันไม่ว่าจะมาจากท้องถนน จากลมที่พัดมาอย่างแรง หรือ จากควันบุหรี่ก็ตาม พวกนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว และริ้วรอยได้ทั้งนั้น  ดังนั้นกันไว้ที่กว่าแก้คะ เทพจะพยายามไปเดินไปตรงที่มีควันเยอะๆ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ จะพกร่มเล็กๆไป เอาไว้ช่วยบังฝุ่นควันต่างๆเวลาเดินสวยๆ ตามท้องถนนคะ

หน้าหนาว = หลายๆคนคงคิดว่าหน้าหนาวก็ดีสิ ผิวชั้นออกจะดี้ดี ไม่มัน จริงคะ ข้อนี้ไม่เถียง แต่สิ่งที่หลายๆคนละเลยนั่นคือ การทาครีมบำรุง ที่มากกว่าการบำรุงแบบปรกติ เพราะผิวอาจเกิดการลอกได้ โดยส่วนตัว หน้าร้อนเทพจะใช้บำรุงแบบ Gelส่วน หน้าหนาวหรือช่วงไหน หน้าลอกจากครีมสิว ก็จะใช้แบบ Cream

(ทีนี้เรามาฟังผู้เชี่ยวชาญพูดถึงเรื่องนี้กันบ้างดีกว่า)

 มาเริ่มคำถามที่ 2 กันต่อเลยคะ

คิดว่าคุณมีผิวแบบไหน และมีขั้นตอนการดูแลอย่างไร?

สภาพผิว: รูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย ผิวมันคะ

เอียงไปทางมันมากแค่บริเวณ T-Zone

รวมถึงบริเวณแก้มด้วยคะ

สำหรับขั้นตอนการดูแล

ดิชั้นยึดหลัก 3C คะ ดังต่อไปนี้

Clean Clear Care

-Clean = ดิชั้นให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลยคะ นั่นคือการเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าก่อน โดยส่วนตัวจะใช้ Cleansing water เช็ดทั้งตอนเช้า และ ก่อนนอน แม้ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งก็ตาม เพื่อเป็นการ Clean เอาสิ่งสกปรกออกไป ไม่ว่าจะเป็น คลาบครีมตอนตื่นนอน หรือ คราบกันแดดในช่วงเย็น ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเป็นการลดปัจจัยที่จะก่อให้เกิดสิว ให้เหลือน้อยที่สุดนั่นเอง

-Clear = ขั้นตอนต่อมาคือการล้างหน้า ดิชั้นเลือกที่จะใช้พวกเจลล้างหน้า หรือไม่ก็สบู่เหลวล้างหน้า และที่สำคัญ ต้องมีคำเคลมว่าใช้แล้วผิวไม่แห้งตึง หรือ ลื่นปื้ดๆๆคะ เพราะดิชั้นต้องการให้ผิวหลังล้างหน้า อยู่ที่ค่า PH5.5 เพื่อที่ผิวจะได้ไม่ระคายเคืองถ้าแห้งเกินไปหากเราใช้โฟม แถมไม่เป็นการทำร้ายน้ำหล่อเลี้ยงใต้ผิวอีกด้วยคะ

-Care = มาถึงขั้นตอนสุดท้ายนั่นคือ การบำรุงนั่นเอง อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นคะ เนื่องจากตัวดิชั้นเองเป็นคนสภาพผิวมัน การเลือก Skin Care ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากๆเช่นกัน ทั้งผิวมัน ทั้งสิว หลักๆเลย เทพพยายามจะเลี่ยงเนื้อครีมที่จะทำให้หน้ามัน โดยเลือกใช้เนื้อ Gel แทนในช่วงที่อากาศร้อนๆ และพอถึงหน้าหนาว(ซึ่งมีแป๊บเดียว) ค่อยกลับมาบำรุงโดยใช้เนื้อครีมคะ

เอาหละฟังดิชั้นมายาวขนาดนี้

มาดูผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำบ้างคะ


 กลับมาถึงคำถามหัวข้อที่ 3 คือ

ในการซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เราควรคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง?

ในส่วนของการเลือกซื้อ

ผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวนั้น

แต่ละคนก็มีวิธีในการคัดสรรค์แตกต่างกันออกไป

ซึ่งโดยส่วนตัวของดิชั้นนั้น

มีวิธีการเลือกดังนี้

No!!!

Alcohol+Fragrance , Silicone , Paraben

-Alcohol+Fragrance = เนื่องจากผิวหน้าดิชั้นเป็นผิวที่เคยแพ้สารอันตรายมาก่อน สารที่ว่านั้นคือ “สเตียรอยด์” ที่หลายๆคนรู้จักนั่นเอง ทำให้สภาพผิวหน้า บอบบางกว่าปรกติ แพ้ง่าย ไม่สิ ต้องเรียกว่าไวต่อสิ่งเร้าได้ง่าย ดังนั้นเมื่อผิวหน้าสัมผัสกับสิ่งเร้าเช่น แอลกอฮอล์ หรือน้ำหอม จึงทำให้แห้งระคายเคืองได้ไวกว่าคนทั่วไปที่ไม่เคยติดสารมาก่อน แต่แอลกอฮอล์และน้ำหอมก็ไม่ได้มีโทษร้ายเสมอไป ปัจจุบันดิชั้นผิวหน้าแข็งแรงขึ้นมากแล้ว สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงบางตัวที่มีส่วนผสมของแอกอฮอล์ที่ไม่แรงมากผสมอยู่ได้โดยไม่ระคายเคืองแต่อย่างใด เพราะดิชั้นรู้ว่าเขาใส่มาเพื่อที่ไม่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ดูเหนียวเหนอะหนะ เวลาใช้กับผิวหน้าของเรา แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็ดีคะ

-Silicone = ชื่อนี้ช่างรุนแรงเหลือเกินสำหรับคนที่เป็นสิว เนื่องจากดิชั้นคร่ำหวอดอยู่ในวงการสิวๆมานาน เข้าใจดีว่าเป็นส่วนผสมหลักๆที่คนเป็นสิวเห็นแทบจะตัดสินใจได้เลยว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ เพราะถ้าใช้ก็มีโอกาสเกิดสิวได้ง่าย แถมล้างไม่หมดเจ้าสิวที่ว่าก็สามารถก่อปัญหาได้ไม่จบสิ้น สำหรับดิชันเองก็เช่นกัน การไม่มีซิลิโคนถือเป็นเรื่องดีงาม แต่อย่างไรก็ตามเจ้าซิลิโคนไม่ได้มีผลร้ายเสมอไป เพราะปัจจุบันเทคดนโลยีก้าวไกลมาก เพราะซิลิโคนชนิดเกรดA เลยก็มี ข้อดีคือ สามารลดความเหนียวของครีมที่มีสารActiveดีๆเยอะๆได้ โอบอุ้มหรือLog สารสำคัญไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งถ้าเทียบกันระหว่าง มีซิลิโคนบ้าง แต่ได้รับสารอาหารผิวเต็มที่  กับ ครีมบางตัวที่ไม่มีซิลิโคน แต่สารสำคัญระเหยไปไหวมาก หรือ เนื้อTexture เหนียวมาก ดิชั้นก็ไม่ไหวนะคะ

-Paraben = เจ้าตัวนี้คือสารกันเสียในเครื่องสำอาง รวมไปถึงในโรลออน ซึ่งเป็นสารที่พบในก้อนมะเร็งเต้านมด้วยคะ ส่วนตัวก็ไม่เคยสังเกตุนะว่าแพ้ตัวนี้ไหม แต่ตั้งแต่รู้ว่าสารตัวนี้ใช้ไปนานๆสามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้ ก็พยายามที่จะเลี่ยงคะ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดหลายๆตัวก็เริ่มที่จะหันมาใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น จากเมล็ดองุ่น ซึ่งจะได้สารเทียบเคียงกับ methylparabens อย่างไรก็ตามสำนักงาน อย.ทั่วโลกก็ยังคุ้มครองและอนุญาตให้ใช้สารชนิดนี้ได้อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศญี่ปุ่น ที่อย.อนุญาตให้ใช้เฉพาะสารกันเสียที่เป็นพาราเบนส์เท่านั้น ดังนั้นเทพว่าขึ้นอยู่แล้วแต่บุคคลมากกว่า ใครใช่แล้วไม่เป็นอะไรก็ใช่ต่อไปคะ ส่วนใครที่ขี้กลัวแบบดิชั้น ก็เลี่ยงไว้ก่อนดีกว่าเนอะ

มาฟังผู้เชี่ยวชาญแนะนำกันบ้างดีกว่าคะ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ Cetaphil มากๆคะ

 ที่มาร่วมแชร์แบ่งปันประสบการณ์เกียวกับผิวพรรณ

ที่ผู้คนในปัจจุประสบปัญหากันอยู่ และหวังว่าบทความเหล่านี้

จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย สำหรับวันนี้ดิชั้นลาไปก่อนนะคะ

(ขอบคุณค่ะ)

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.